เจ้าคณะภาค ๑๓ ท่านเจ้าคุณ พระบุรเขตธรรมคณี เจ้าคณะจังหวัดตราด

เจ้าคณะภาค ๑๓ ท่านเจ้าคุณ พระบุรเขตธรรมคณี เจ้าคณะจังหวัดตราด
เมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๗ ณ.วัดหนองบัว จ.ตราด

วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2558

ขอบคุณสำหรับหนังสือธรรมมะที่ส่งไปให้


ขอบพระคุณครับ


ได้รับแล้ว มีทั้งหมด 60 เล่ม

สำหรับท่านที่จะร่วมกันสร้างห้องสมุดธรรมะ
ยังคงส่งเข้าไปได้เรื่อยๆนะครับ
และขอบพระคุณสำหรับท่านที่ส่งเข้าไปแล้ว
ผ่านหน้าบล็อคของวัดตางาม
ขอบคุณอีกครั้งหนึ่งครับ...

วันพุธที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2558

รวมภาพรวม ณ วัตตางาน ปัจจุบัน



พระอุโบสถ์







โรงครัว ศาลาเมรุ กำลังดำเนินการสร้างอยู่ขณะนี้




















วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2558

สูตร..วิธีรักษาแผลเบาหวาน

สูตร..วิธีรักษาแผลเบาหวาน
1. น้ำมันมะพร้าว 1000 ซีซี หรือ 1 ลิตร
2. ไข่แดงของไข่เป็ดเบอร์ 0 4-6 ฟอง
3. เนื้อลูกหมากสดแก่ๆ 2 ลูก
4. สารส้มสตุ 1 หัวแม่โป้ง
* ใช้ผ้าขาวบาง ปูบนชามแกง
* เอาไข่แดงที่แยกเรียบร้อยแล้ว ใส่ลงบนผ้าขาวบาง แล้วตีให้เป็นเนื้อเดียวกันเบาๆ
* ทุบเนื้อหมาก ให้แตกๆ ใส่ลงไปในผ้าขาวบางที่มีไข่ตีแล้ว
* ใส่สารส้มสตุ ลงไป แล้วผูกผ้าขาวบางให้เรียบร้อย
* เอาน้ำมันมะพร้าวตั้งไฟอ่อนๆ
* เอาผ้าขาวบาง หย่อนลงไป
* รอจนน้ำมันมะพร้าวเดือดปุดๆ แล้วมีน้ำมันไข่แดงออกมา
* สังเกตว่าจะเริ่มมีฟอง ก็ใช้ได้
* น้ำมันยาที่ได้จะมีสีเหลืองๆ อมส้ม
* เอาน้ำมันที่ได้ กรอกใส่ขวดไว้เป็นยาใส่แผล
ข้อดีของการใส่แผลด้วยยาจากน้ำมันมะพร้าวผสมไข่แดง คือ...ไม่ต้องล้างและคว้านแผล
ดังนั้น แผลจะค่อยๆดูดน้ำมันยา เข้าไปหล่อเลี้ยงและฟื้นฟูแผล ตัวที่ประสานแผลคือหมาก สารส้มจะมีฤทธิ์ช่วยดูดหนอง ไข่แดงคือเลซิตินที่ทำให้เซลส์ประสาทงอกขึ้นมาและดึง
ออกซิเจนเข้าแผลได้มากยิ่งขึ้นแผลจะตื้นขึ้นมาเรื่อยๆ แล้วไม่เป็นแผลเป็น
การดูแลผู้ป่วยมีแผลเบาหวาน โดยไม่ต้องไปปลูกถ่ายสเตมเซลส์ ก็ลองวิธีนี้ดูนะครับ รักษาดีกว่าแผนปัจจุบัน ที่ต้องขูดแผล ล้างแผลทุกวันค่ะ..วิธีนี้ล้างครั้งแรก แล้วหยอดยาได้ตลอด แผลจะค่อยๆตื้นขึ้น

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ศาลาหลังใหม่ ณ.เวลาที่เริ่มสร้าง


ภานในเมื่องยังไม่ได้ฉาบ


ภายนอกเมื่อยังไม่เรียบร้อย


ด้านหน้าศาลา

วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2558

ประวัติหมู่บ้านตางาม และวัดตางาม

ประวัติหมู่บ้านตางาม และวัดตางาม
ประมาณปี พ.ศ.๒๔๙๘ สมัยนั้นผู้คนที่จะเดินทางผ่านไปมาระหว่างหนองแฟบ , คลองแอ่ง หรือบ่อไร่ จะต้องผ่านเส้นทางนี้ตลอด ช่วงเวลานั้น ( พ.ศ. ๒๔๙๘ ) เขตนี้ยังมีป่าไม้หอมอยู่มาก และผู้คนที่เดินทางมาทำไม้หอม ไม่สามารถกลับบ้านได้ ( การสัญจรในสมัยนั้นคือการเดินทางด้วยเท้า )  จะผ่านที่นาของลุงเจ้าของนา ซึ่งข้าวในที่นาของลุง เกิดได้เสมอเต็มพื้นที่นา และงดงาม
ส่วนลุงเจ้าของที่นา ดวงตาของท่านนั้นงดงามมาก ผู้คนที่ผ่านไปมาในระหว่างทางที่ได้กล่าวมาแล้ว ก็จะเอ่ยถึงและเล่าขานกันต่อๆมาว่า ไปพักที่บ้าน “ ตางาม” มา
เป็นเรื่องเล่าของชื่อหมู่บ้านที่ถูกเล่าสืบทอดมา ข้อมูลจาก คุณลุงเล็ก ลิ้มหลี่ อายุ ๗๘ ปี
ส่วนวัดตางามนั้น อดีตเมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๔๙๘ นายบุญ บุตรงาม เล่าให้ผู้จดบันทึกฟังว่า ตนเองได้สมรสกับ นางคง บุตรงาม ( สกุลเดิม บุตรเอี้ย ) แล้วได้ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ในบ้านตางาม ส่วนที่ดินในสมัยนั้นได้มาโดยการจับจองและครอบครองกันเอง
ในขณะนั้น ปี พ.ศ. ๒๔๙๘ เขตนี้มีบ้านเรือนประชาชนอยู่เพียง ๑๐ หลัง ได้แก่
๑.     นายบุญ หมู่งาม                             อายุ ๘๔ ปี       ( ผู้ให้ข้อมูล )
๒.   ตามิ่ง ขุนแก้ว                                เสียชีวิต
๓.    นายโฮน                                         เสียชีวิต
๔.    อดีตผู้ใหญ่เล็ก ลิ้มหลี                    อายุ ๗๘ ปี       ( ผู้ให้ข้อมูล )
๕.    นายสม      ไม่ทราบนามสกุล        เสียชีวิต
๖.     นายก่ำ       ไม่ทราบนามสกุล        เสียชีวิต
๗.    นายพร้อม  ไม่ทราบนามสกุล        เสียชีวิต
๘.    ท่านยศ                                           มรณภาพ
๙.นายบรรจบ อุยะตุง                          อายุ ๖๘ ปี        ( ผู้ให้ข้อมูล )
๑๐.นายเภา ทำปราบ                            ยังมีชีวิตอยู่
กาลต่อมานายยุ้น         บุตรกลิ่น เป็นคนริเริ่มให้สร้างวัด โดยยกที่ดินให้ ประมาณ ๑๐ ไร่ ( ที่อยู่ปัจจุบัน ) เป็นวัดตางาม ซึ่งผู้ร่วมก่อสร้างและเป็นเจ้าอาวาส และตามลำดับคือ
องค์ที่ ๑. พระอาจารย์เบี้ย        คเวสโก
ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๓๐ มีพระภิกษุจำพรรษาประมาณ ๕ รูปต่อปี
( พื้นเพชาวบ้านตางาม )
องค์ที่ ๒. พระอาจารย์ประเทือง          ภทฺทโก            ( พื้นเพชาวบ้านช้างทูน )
            องค์ที่ ๓. พระอาจารย์ดำ พระน้องชายพระอาจารย์จำนง อนีโฆ ขุนแก้ว มารั้งตำแหน่งเจ้าอาวาสเพียง ๑ ปี ( พื้นเพชาวบ้านบ่อไร่ )
            องค์ที่ ๔. พระอาจารย์ศุภมิตร สนนฺโท            ( พื้นเพชาวภาคเหนือ )            ท่านและชาวบ้านได้ร่วมสร้าง
-          ศาลาบำเพ็ญกุศล
-          เมรุ
-          ห้องน้ำหลังศาลาบำเพ็ญกุศล
-          กุฏิชั้นเดียวใต้ถุนสูง หลังศาลาบำเพ็ญกุศล ( ซึ่งสมัยต่อมาได้ต่อเติมชั้นล่าง )
( องค์ที่ ๑ , ๒ , ๔ คาบเกี่ยวระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๓๐ ถึง พ.ศ. ๒๕๓๘ ข้อมูลสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตราด ส่วนองค์ที่ ๓ เป็นข้อมูลจากชาวบ้านตางาม )
องค์ที่ ๕. พระน้อย                  ประมาณปี ๒๕๓๘ ถึง พ.ศ. ๒๕๔๓
องค์ที่ ๖. พระสมุห์ไพโรจน์    ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๔๓ – ๒๕๕๖ พื้นเพชาวจังหวัด
นครราชสีมา

            องค์ที่ ๗. พระอดุลย์ อโนมปญฺโญ รักษาการเจ้าอาวาส วันที่ ๖ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๖ ถึงปัจจุบัน